‘กอล์ฟ’ ฟื้นตัวเตรียมสลัดเดี้ยงช่วย ‘กระต่ายแก้ว’

“เจ้ากอล์ฟ” พิชิต เกสโร ดาวเตะสารพัดประโยชน์ของทัพ “เดอะ แร็บบิต” บางกอกกล๊าส เอฟซี เตรียมกลับมาช่วยทีมอีกครั้ง หลังฟื้นตัวจากอาการเจ็บคาดยังต้องเรียกความฟิตอีกราว 2 สัปดาห์ จึงจะพร้อมเต็มร้อยเพื่อกลับลงสนาม พิชิต เกสโร ได้รับบาดเจ็บบริเวณเอ็นหัวเข่าข้างขวา ในเกมอุ่นเครื่องตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา จากอาการบาดเจ็บดังกล่าวทำให้ “เจ้ากอล์ฟ” ต้องพักยาว 2 เดือน ก่อนจะรักษาตัวจนกลับมาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้อีกครั้ง ซึ่งขณะนี้เหลือเพียงการเรียกความฟิตกลับคืนมาเท่านั้น โดยเจ้าตัวได้เผยถึงความพร้อมของตัวเองว่า “ตอนนี้ตนหายจากอาการบาดเจ็บแล้ว และกลับมาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้เต็มที่ โดยตอนนี้อยู่ในช่วงเรียกความฟิตกลับคืนมา ซึ่งส่วนตัวคิดว่าน่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์ จึงจะกลับมาสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์และพร้อมคืนสู่สนาม แต่ต้องรอดูความเห็นจากทีมแพทย์ของสโมสร ก่อนว่าจะให้กลับมาลงสนามได้เมื่อใด อย่างไรก็ตามตอนนี้ตนมีความกระหายที่จะลงเล่น เพราะหายไปนานพอสมควร อีกทั้งยังคิดถึงบรรยากาศในสนามและแฟนบอลด้วยครับ”

บริษัทบราซิลอ้างโดนเนย์มาร์หักหลัง เดลเชียร์ ซอนด้า ผู้ก่อตั้ง ดีไอเอส เอสปอร์เต้ กลุ่มทุนในวงการฟุตบอลบราซิล ที่ถือสิทธิ์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ทางภาพลักษณ์ของ เนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิลของ บาร์เซโลน่า ออกมากล่าวอ้างว่าพวกเขาโดนนักเตะหักหลัง และเชื่อว่าเจ้าตัวไม่สมควรถูกยกให้เป็นแบบอย่างสำหรับเยาวชนแต่อย่างใด สมัยเล่นให้ ชานโตส นั้น หัวหอกวัย 25 ปี มีสัญญาเป็นหึ่งในสมบัติของ ดีไอเอส โดยบริษัทดังกล่าวเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ทางภาพลักษณ์ของดาวยิงชาวแซมบ้าจำนวน 40 เปอร์เซ็นต์ หลังใช้เงินไปประมาณ 1.5 ล้านยูโร (ราว 60 ล้านบาท) เพื่อซื้อสิทธิ์นั้นในตอนที่เจ้าตัวมีอายุเพียง 17 ปี

อย่างไรก็ตาม ดีไอเอส บอกว่า เนย์มาร์กับครอบครัวของเขาอยู่เบื้องหลังของการทำให ชานโตส ได้เงินส่วนแบ่งจากการย้ายทีมเยอะกว่าที่ตกนเองกันเอาไว้ตอนที่เขาย้ายไปอยู่กับ “เจ้าบุญทุ่ม” นั่นทำให้ ชอนด้า ไม่พอใจอย่างยิ่ง และกำลังดำเนินเรื่องทางกฎหมายกับเจ้าตัวอยู่ในขณะนี้ “ผมโดน เนย์มาร์, พ่อ และแม่ของเขาหักหลัง เนย์มาร์, ผู้ปกครองของเขา และ บาร์เซโลน่า ต่างทำเรื่องฉ้อฉลผ่านทางสัญญาปลอม เนย์มาร์ เคยโกหก และยังทำอย่างนั้นจนถึงปัจจุบัน” “เนย์มาร์ ใช่แบบอย่างที่ดีของเด็กเลยเรากำลังเจอกับการทุจริคครั้งใหญ่ และเราต้องทำแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กๆ เราจะไม่ยอมทนต่อการคอร์รัปชั่นเป็นอันขาด” ซอนด้า ร่ายยาว…

แหล่งกำเนิดฟุตบอล

หาก จะพูดถึงกีฬาฟุตบอล หลายคนอาจจะรู้ดีว่าเป็นกีฬาที่คนทั่วโลกนิยมชมชอบกันมากที่สุด แต่ถ้าจะมองย้อนกลับไปจะมีอีกหลายคนที่ไม่รู้ว่า จริงๆ แล้ว ต้นกำเนิดของฟุตบอลไม่ได้เริ่มขึ้น เพียงแค่ 100 -200 ปีที่ผ่านมา จริงๆ แล้ว ฟุตบอลเริ่มแพร่หลายและนิยมเล่นกันมากว่า 2,000 ปีมาแล้ว โดยแรกเริ่มมีการค้นพบ ว่าในราชวงศ์ ฮั่น ของจีน ช่วง 200 -300 ปีก่อนคริสตกาล มีการเล่นฟุตบอลกันแล้ว แต่ในครั้งนั้น ขุนนาง รวมทั้งประชาชนทั้งหลายจะนิยมเล่นกันเพื่อเป็นการออกกำลังกาย เสริมสร้างความแข็งแกร่ง โชว์ทักษะความสามารถเฉพาะตัว ไม่มีการเข้าปะทะกัน โดยมีการนำขนนกมาเย็บติดกับหนังสัตว์ แล้วใช้เท้าเตะบอลขนนกนี้ให้สูง 30 -40 เซนติเมตร ข้ามไม้ไผ่ที่คั่นกลางระหว่างผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่าย ใครสามารถทำให้อีกฝ่ายรับบอลขนนกไม่ได้ ก็จะเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งการเล่นแบบนี้ ต้องอาศัยคนที่มี ทักษะ ปฏิภาณ – ไหวพริบที่ยอดเยี่ยม เนื่องจากไม่อนุญาตให้ใช้มือตีบอลขนนก แต่จะอนุญาตให้ใช้ ไหล่, หน้าอก, เข่า,เท้า และ ศีรษะ เดาะหรือเตะเจ้าบอลขนนกเท่านั้น จากนั้นอีก 500 – 600 ปีต่อมา ที่ประเทศญี่ปุ่นจึงมีการเล่น ที่เรียกว่า “คามารี่” และมีการพัฒนาการนำหนังสัตว์มาทำเป็นลูกบอล แต่ว่าทำให้มันกลมขึ้น แตก ต่างจากสมัยราชวงศ์ ฮั่น มีการเล่นที่เป็นแบบแผนและสง่างามมากขึ้น แม้แต่ในราชสำนักยังนิยมเล่นกันในงานราชพิธีต่างๆ ซึ่งวิธีการเล่นก็ง่ายๆ โดยมีข้อแม้ ห้ามใช้แขน แต่ให้ใช้เท้า, ขา, หน้าอก, เข่า รวมทั้งศีรษะ เดาะบอล ภายในเขตกำหนด แล้วส่งบอลต่อไปให้ผู้เล่นคนอื่น ใครที่ทำบอลหล่นตกลงสู่พื้นถือว่าแพ้ เกมนี้เป็นที่นิยมกันมาก จวบจนกระทั่งปัจจุบันนี้ก็ยังมีผู้ที่นิยมเล่นกันในประเทศญี่ปุ่น
แต่หลังจากที่ เคานต์ ฟาน เดอ สเตร์ต็อง ปูตัว กับ คอร์เรเลียส เฮิร์ชมันน์ ได้ส่งเรื่องนี้ไปให้ เฟรเดริค วอลล์ เลขาธิการสมาคมฟุตบอลของ อังกฤษ พิจารณาเพื่อขอความร่วมมือ ทว่าความคิดนี้ก็ต้องล้มเลิกลง เพราะ วอลล์ ไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตามในปี 1904 ก็นับว่าโชคยังดีที่องค์กรลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ของ โลก อย่างสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) สามารถก่อตั้งขึ้นได้ โดยมี โรแบร์ กูริน เป็นประธานคน แรก จุดมุ่งหมายก็เพื่อ อยากจะจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกให้ได้ และความพยายามของฟีฟ่าก็ต้องรอเกือบ 30 ปีกว่าจะ ประสบความสำเร็จขึ้นมาได้ เมื่อ จูลส์ ริเมต์ ประธาน ฟีฟ่าชาวฝรั่งเศส ซึ่งรับตำแหน่งเป็นคนที่ 3 ในปี 1921 ได้ร่วมมือกับ อองรี เดอ โลเนย์ ประธานลูกหนังของเมืองน้ำหอม ผลักดันให้มี การลงมติชนะ 25 เสียง ต่อ 5 ให้ประเทศอุรุกวัยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ฟุตบอลโลก เป็นครั้งแรก แม้จะมีการคัดค้านจากหลายชาติในทวีปยุโรป ที่เห็นว่าการเดินทางไปทวีปอเมริกาใต้ค่อนข้างใช้ระยะเวลานาน รวมทั้งต้องเสียค่า ใช้จ่ายอย่างมหาศาลก็ตาม ฟุตบอล โลกจึงได้ถือกำเนิดเป็นครั้งแรก ที่ประเทศอุรุกวัย ในปี 1930 ด้วยข้ออ้างที่ว่า อุรุกวัย เป็นเจ้าของแชมป์ในกีฬา โอลิมปิกเกมส์ 2 สมัย และยังสามารถออกค่าใช้จ่ายให้กับทุกทีมที่เดินทางมาแข่งขันได้ ทำให้กีฬาลูกหนังที่มีอายุยืนยาวมานานหลายพันปีอุบัติขึ้นอย่างเป็นทางการ ให้ทุกชาติทั่วโลกต่างไขว่คว้าหาความสำเร็จตั้งแต่บัดนั้น เป็นต้นมา สมาพันธ์ประจำทวีปของสมาคมฟุตบอลแห่งแรกที่ตั้งขึ้นคือ Conmebol ซึ่งเป็นสมาพันธ์ของอเมริกาใต้ สมาพันธ์นี้ได้ถูกจัดขึ้นเพื่อจัดตั้งเพื่อจัดการแข่งขันชิงชนะเลิศภายในทวีปอเมริกาใต้ ในปี พ.ศ. 2460 เกือบครึ่งศตวรรษ ต่อมาเมื่การแข่งขันภายในทวีปได้แพร่หลายมากขึ้น จึงได้มีการจัดตั้งสมาพันธ์ในทวีปอื่นๆ ขึ้นอีกคือสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป ในปี พ.ศ. 2497 ซึ่งเป็นปีเดียวกับการจัดตั้งในทวีปเอเชีย และ 2 ปี ก่อนการจัดตั้งสมาคมฟุตบอลยุโรป ในปี พ.ศ. 2497 ซึ่งเป็นปีเดียวกับการจัดตั้งสหพันธ์ฟุตบอลแห่งแอฟริกา (Concacaf)หรือสหพันธ์ฟุตบอลแห่งอเมริกากลาง อเมริกาเหนือ และแคริบเบี้ยน ได้ถูกจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2504 และน้องใหม่ในวงการฟุตบอลโลกคือ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งโอเชียนเนีย (Oceannir)…