อาซาร์ฮีโรแห่งสิงห์บลูทำคนเดียว 2 ประตูพาเปิดรังเฉือนชนะเรือใบสีฟ้าหวุดหวิด

เสียงนกหวีดดังขึ้นเริ่มเกมได้เพียง 10 นาที เป็นเจ้าถิ่นที่ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วจากโอกาสการยิงเข้ากรอบครั้งแรกในเกม ซึ่งบอลเริ่มจากอัธปิลิกวยต้าจ่ายเข้ากรอบเขตโทษให้อาซาร์ได้ซัดเต็มเท้า ไปแฉลบกอมปานีพุ่งเข้าเสาสองไปอย่างสวยงามเลย เชลซีขึ้นนำก่อน 1-0 จากการเสียประตูก็เป็น แมนฯ ซิตี้ ที่เดินเกมรุกใส่และมีโอาสครองบอลมากกว่ายิ่งกว่า ทั้งจังหวะของซิลบาที่จ่ายบอลให้ซาเนได้ส่อง แต่บอลก็ยังหลุดออกไป รวมถึง 2 จังหวะที่ซัดไกลของเดลฟ์และแฟร์นานดินโญ ที่ยังไม่เข้ากรอบด้วยกันทั้งสอง                       เชลซีเกือบได้ประตูที่สอง ทว่าจังหวะกระชากบอลริมเส้นฝั่งซ้ายของอาซาร์ที่จ่ายต่อให้ฟาเบรกาสในเขตโทษ กลับไปติดหัวเข่ากลิชีเช็ดคานออกไปแบบน่าเสียดาย

จากนั้นนาทีที่ 26 เป็นทางเรือใบสีฟ้าที่ได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่กูตัวส์เปิดบอลยาวไม่พ้นเขตอันตราย สุดท้ายเป็นซิลบาที่ตัดได้ ก่อนจะหลุดเข้าไปซัดเน้น  และแม้นายด่านเบลเยี่ยมที่วันนี้ลงเฝ้าเสาให้เชลซีครบถึง 100 นัดจะเซฟจังหวะแรกได้ ถ้าทิศทางของลูกบอลกลับมาถึงอเกวโรได้แปจ่อๆเข้าไปตุงตาข่ายไม่เหลือแน่นอน แมนฯซิตี้ไล่มาเป็น 1-1ช่วงท้ายของครึ่งแรกนาทีที่ 36 เป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกที่ทำประตูขึ้นนำอีกครั้ง เมื่อแฟร์นานดินโญดึงเปโดรล้มในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้ให้เป็นลูกโทษที่จุดโทษทันที และแม้อาซาร์จะยิงไปติดเซฟกาบาเยโรในจังหวะแรก แต่นักเตะหมายเลข 10 คนนี้ยังตามซ้ำจ่อๆเข้าประตู เชลซีแซงนำ 2-1

ช่วงครึ่งเวลาหลังเป็นทีมเยือนที่มีโอกาสครองบอลมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่าแล้วก็ยังไม่มีโอกาสลุ้นซัดบอลเข้ากรอบเขตโทษซักเท่าไหร่ ขณะที่เชลซีเองที่เล่นเกมตั้งรับและรอสวนกลับ เกือบหนีห่างที่จะได้ประตูที่สามในนาทีที่  76 เมื่ออาซาร์ที่แย่งบอลจาก เดอ บรอยน์ดันปั่นบอลในเขตโทษข้ามคานออกไปไกลน่าเสียดาย ช่วงท้ายเกมเป็นโนลิโต้ ตัวสำรองได้โอกาสเปิดบอลเข้ามาในเขตโทษให้อเกวโรได้ยิง แต่กูร์ตัวส์ยังโชว์เซฟได้อย่างเหนือชั้น หลังจากเวลาที่เหลือไม่มีทีมใดบวกสกอร์เพิ่ม และหมดเวลาการแข่งขัน เชลซีเปิดบ้านชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 เก็บสามแต้มเพิ่มไปเป็น 72 คะแนน นำห่างรองจ่าฝูงยู่ 7 แต้มเท่าเดิม ขณะที่เรือใบสีฟ้าหล่นไปอยู่อันดับ 4 ของตาราง

 …

‘แดง’ มุ่งพาระยองขึ้นหัวตาราง ขอบคุณทุกคนที่คอยหนุนหลัง

“โค้ชแดง” ทรงยศ กลิ่นศรีสุข กุนซือของ “ม้านิลมังกร” ระยองเอฟซี ของมุ่งมั่นและมีสมาธิในการพาต้นสังกัดขึ้นไปอยู่ในตัวตารางให้ได้หลงไม่แพ้ใครมาติดต่อกัน 4 เกมติด ขอบคุณแฟนบอลระยองที่คอยหนุนหลังมาโดยตลอ กลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งสำหรับ “ม้านิลมังกร” ระยอง เอฟซี ทีมในศึกดิวิชั่น 1 ภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชแดง” ทรงยศ กลิ่นศรีสุข โดยเวลานี้พวกเขายังไม่แพ้ใครมา 4 เกมติดต่อกัน ทำให้ทะยานขึ้นไปรั้งในอันดับที่ 7 ของตาราง โดย “โค้ชแดง” ทรงยศ กลิ่นศรีสุข กล่าวว่า “ต้องขอบใจน้องๆ ทุกคนภายในทีมที่ช่วยกันเล่นและทำงานกันมาอย่างหนัก เวลานี้ทีมเรากำลังทำผลงานได้ดีแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราจะต้องยืนระยะในเกมลีกให้ได้ ทีมเราจำเป็นต้องรักษามาตรฐานการเล่นให้ได้ต่อเนื่อง และอีกอย่างต้องขอบคุณแหนบอลชาวระยองทุกคนที่เข้ามาให้กำลังใจพวกเรา ผมเองขอมุ่งสมาธิเต็มที่กับการทำทีม เพื่อพาทีมขึ้นไปอยู่บนหัวตารางให้ได้”

บริษัทบราซิลอ้างโดนเนย์มาร์หักหลัง เดลเชียร์ ชอนด้า ผู้ก่อสร้าง ดีไอเอส เอสปอร์เต้กลุ่มทุนในวงการฟุตบอลบราซิล ที่ถือสิทธิ์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ทางภาพลักษณ์ของเนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิลของบาร์เซโลน่าออกมากล่าวอ้างว่า พวกเขาโดนนักเตะหักหลัง และเชื่อว่าเจ้าตัวไม่สมควรถูกยกให้เป็นแบบอย่างสำหรับเยาวชนแต่อย่างใด สมัยเล่นให้ชานโตสนั้น หัวหอกวัย 25 ปี มีสัญญาเป็นหนึ่งในสมบัติของ ดีไอเอส โดยบริษัทดังกล่าวเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ทางภาพลักษณ์ของดาวยิงชาวแซมบ้านจำนวน 40 เปอร์เซ็นต์ หลังใช้เงินประมาณ 1.5 ล้านยูโร (ราว 60 ล้านบาท) เพื่อซื้อสิทธิ์นั้นในตอนที่เจ้าตัวมีอายุเพียง 17 ปี

อย่างไรก็ตาม ดีไอเอสบอกว่าเนย์มาร์กับครอบครัวของเขาอยู่เบื้องหลังของการทำให้ชานโตส ได้เงินส่วนแบ่งจากการย้ายทีมเยอะกว่าที่ตกลงกันเอาไว้ตอนที่เขาย้ายไปอยู่กับ “เจ้าบุญทุ่ม” นั้นทำให้ชอนด้าไม่พอใจอย่างยิ่ง และกำลังกำเนินเรื่องทางกฎหมายกับเจ้าตัวอยู่ในขณะนี้ “ผมโดนเนย์มาร์ พ่อ และแม่ของเขาหักหลังเนย์มาร์,ผู้ปกครองของเขา และ บาร์เซโลน่า ต่างทำเรื่องฉ้อฉลผ่านทางสัญญาปลอม เนย์มาร์เคยโกหก และยังทำอย่างนั้นจนถึงปัจจุบัน” “เนย์มาร์ไม่ใช่แบบอย่างที่ดีของเด็กเลย เรากำลังเจอกับการทุจริตครั้งใหญ่ และเราต้องทำแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กๆ เราจะไม่ยอมทนต่อการคอร์รัปชั่นเป็นอันขาด” ชอนด้า ร่ายยาว…

‘โค้ชหมัด’ แจงบีทียูเริ่มเข้าฟอร์ม

สมรรถ อมาตยกุล กุนซือใหญ่บีทียู ส.บุญมีฤทธิ์ ยูไนเต็ด มองฟอร์การเล่นของทีมทำได้ดีขึ้นตามลำดับ หลังจากนักเตะตัวหลักทยอยหายจากอาการบาดเจ็บ เชื่อหากนักเตะฟูลทีม สามารถต่อกรกับทุกทคมในโซนได้ไม่เป็นรอง หลังจากที่ขุนพล “มังกรผงาดฟ้า” บีทียู ส.บุญมีฤทธิ์ ยูไนเต็ด ทีมดังจากศึกไทยลีก 4 โซนภาคตะวันตก ผ่านการลงสนาม 7 นัด มีผลงานรั้งอันดับ 8 ซึ่งเป็นท้ายตาราง ทางด้าน “โค้ชหมัด” สมรรถ อมาตยกุล กุนซือใหญ่บีทียู ส.บุญมีฤทธิ์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า “สำหรับผลงานของทีมนั้นถือว่านักเตะทุกคนทำผลงานได้ดีขึ้นตามลำดับแม้เราจะอันดับไม่ดีนัก แต่ได้เห็นสัญญาที่ดีคือตัวหลักที่มีอาการบาดเจ็บหายกลับมาช่วยทีมนับเป็นข่าวดีมาก ผมจึงเชื่อว่าหากนักเตะทีมเราสมบูรณ์ฟูลทีม เราสามารถสู้กับทุกทีมได้อย่างไม่เป็นรองอย่างแน่นอน”

‘ท็อป’ ใช้ประสบการณ์ช่วย ‘พยัคฆ์ล้านนา’ เล่นไทยลีก 1 ไกรเกียรติ คูณธนทรัพย์ กองกลางจอมเก๋า เชียงใหม่ เอฟซี ได้เผยว่า “เนื่องจากทีมเพิ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง ก็อยากให้ทีมกลับมาอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นโดยเร็วที่สุด เพื่อที่น้องๆ หลายคนจะได้ไม่เป๋หรือสูญเสียความมั่นใจไป เราต้องสร้างพลังขึ้นมาใหม่ เพื่อเกาะกลุ่มด้านบนของตารางไว้และทำผลงานให้ดี อยากให้อยู่ในกรอบและเดินหน้าต่อไป” กองกลางจอมเก๋าของ เชียงใหม่เอฟซี ยังกล่าวต่อไปว่า “สำคัญที่สุด คือกำลังใจจากทุกคนเสียงเชียร์ทุกเสียง บทวิจารณ์ทุกคอมเมนต์ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้นักฟุตบอลได้เห็นเป็นกระจกสะท้อน และทำให้พวกเราก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง พวกเราจะพยายามทำให้เต็มที่รายังไม่ลืมเป้าหมายนี้ คือการพาเชียงใหม่เอฟซี ขึ้นลีกสูงสุดให้ได้ครับ”

‘มิลอส’ พอใจฟอร์ม ‘สวาดแคท’ อุ่นสวยคาดเก็บแต้มต่อเนื่อง มิลอส โจชิค กุนซือใหญ่ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี พอใจผลงานลูกทีมกับการซ้อมและอุ่นเครื่องช่วงพักทีมชาติไทย เชื่อต่อจากนี้ทีมจะกลับมาเก็บคะแนนได้อย่างต่อเนื่องในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 1 พรพรรค “สวาดแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ได้รวมพลฝึกซ้อมอยู่ จ.นครราชสีมา และมีเกมอุ่นเครื่องชนะห้วยแถลง ยูไนเต็ด 6-1 ก่อนกลับมาแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 1 หรือลีกสูงสุดเปิดบ้านพบ “พลังเอ็ม” ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ วันที่ 3 เม.ย. ทางด้าน มิลอส โจชิค กุนซือใหญ่นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี กล่าวว่า “ในช่วงพักทีมชาติไทย เราได้ให้โอกาสนักเตะที่ไม่ค่อยได้ลงสนาม สัมผัสเกมอุ่นเครื่องซึ่งทุกคนทำผลงานได้ดี เมื่อกลับมาแข่งขันกับซุปเปอร์ พาวเวอร์ เราตั้งเป้าคว้าชัยชนะส่วนนัดต่อไปเราจะพยายามเก็บคะแนนให้มากที่สุด เพื่อทำอันดับให้ดีขึ้น”…